Phuket Com Express - Shop Online

มาทำความรู้จักกับ Activation Lock ฟีเจอร์ป้องกันการล้างเครื่องจากผู้ไม่พึงประสงค์

4B9043968-activation-lock.blocks_desktop_large

หลังจากที่ควาวที่แล้วเราได้พูดถึง Find My iPhone ที่เป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ใช้ตามหาตำแหน่งของ iPhone เมื่อเราทำหายในที่ต่างๆ ไปแล้ว (สามารถอ่านได้จากบทความ “วิธีตามเครื่องหายด้วย Find My iPhone” ครับ)

ซึ่งแน่นอนว่าการจะจับตำแหน่งของเครื่อง iPhone ได้นั้น เครื่องจะต้องเปิดไว้และต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ไม่ว่าจะเป็น edge, 3G หรือ Wi-Fi ก็ตาม โดยถ้าคนที่เก็บ iPhone ของเราได้เป็นคนดี ต้องการจะนำ iPhone มาคืนเราจริงๆ เราก็สามารถติดตามตำแหน่งรวมถึงส่งข้อความไปหาให้ติดต่อกลับได้ใช่ไหมครับ แต่ถ้าหากว่าคนที่เก็บได้จงใจจะเอาเครื่องเราไปขายต่อ หรือเป็นโจรที่มาขโมย iPhone เราไป หากเป็นใน iOS เวอร์ชั่นเก่า เพียงปิดเครื่องแล้ว Restore ล้างเครื่องแค่นี้ เราก็จะไม่สามารถจับตำแหน่งได้อีกต่อไป โจรก็สามารถนำเครื่องไปขายต่อได้ แต่ใน iOS 7 ได้มีการเพิ่มความสามารถที่เรียกว่า Activation Lock เข้ามา ทำให้การล้างเครื่องไม่ใช่ใครก็ทำได้อีกต่อไป วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันครับว่า ฟีเจอร์ Activation Lock นั้นคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และเราต้องระวังอะไรบ้าง

 

Activation Lock คืออะไร

อย่างที่เกริ่นจากด้านบนไปแล้วว่า Find My iPhone จะสามารถติดตามเครื่องได้เมื่อเครื่องเปิดอยู่และต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ ถ้าหากยังไม่ถูกล้างเครื่องไปเสียก่อน เราก็จะสามารถติดตามตำแหน่งของ iPhone ได้อยู่ แต่ปัญหาก็คือโจรที่ได้ iPhone เราไปก็นำไปล้างเครื่องแล้วนำไปขาย ก็เหมือนเป็นเครื่องใหม่ของโจรที่เราไม่สามารถติดตามตำแหน่งอีกต่อไปอยู่ดี ดังนั้น Activation Lock ที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 7 จึงเป็นฟีเจอร์ที่อนุญาติให้เฉพาะเจ้าของเครื่องเท่านั้นที่จะล้างเครื่อง ได้ โดยจะต้องกรอกรหัสผ่านของ Apple ID หากเป็นบุคคลอื่นที่ต้องการที่จะมา Restore ล้างเครื่องของเราก็จะไม่สามารถทำได้เนื่องจากคนเหล่านั้นจะไม่รู้รหัส Apple ID ของเรานั่นเอง

 

เปิดใช้งาน Activation Lock อย่างไร

วิธีการเปิด Activation Lock นั้นก็ไม่ยุ่งยากวุ่นวายเลยครับ เพราะว่าความสามารถ Activation Lock นั้นก็เป็นหนึ่งในความสามารถของ Find My iPhone อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเปิดใช้งาน Find My iPhone ปุ๊บ ก็จะเป็นการเปิดใช้งาน Activation Lock ด้านเลยทันที โดยวิธีการเปิดใช้งาน Activation Lock/Find my iPhone นั้น มีวิธีดังนี้ครับ

เข้าไปที่ Settings แล้วเลือกที่ iCloud ครับ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้เปิดใช้บริการ iCloud เปิดมาจะเจอหน้าให้ใส่  Apple ID ซึ่งก็เป็น accout เดียวกันกับที่เราใช้โหลดแอพใน App Store นั่นเอง สำหรับใครที่ยังไม่มี Apple ID สามารถอ่านวิธีการสมัครได้จากบทความ “วิธีสมัคร Apple ID ไว้สำหรับโหลดสิ่งต่างๆ จาก iTunes Store” ครับ

หลังจาก sign in ด้วย Apple ID แล้ว จะเข้ามาสู่หน้าจัดการกับบริการต่างๆ ของ iCloud เลื่อนลงมาด้านล่างจะเจอกับตัวเลือกให้เปิด Find My iPhone ให้เลือกเป็นเปิดได้เลยครับ

เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการเปิด Find My iPhone และ Activation Lock เรียบร้อยแล้วครับ และถ้าต้องการที่จะปิดการทำงานของ Activation Lock เพียงปิด Find My iPhone ก็จะทำการปิด Activation Lock แล้วครับ (แต่แนะนำให้เปิดไว้นะ)

 

Activation Lock ทำอะไรได้บ้าง??

หลังจากที่เราได้ทำการเปิด Find my iPhone และ Activation Lock กันไปแล้วเรียบร้อย เราจะได้ใช้ความสามารถนี้ก็ต่อเมื่อมีคนพยายามที่จะ Restore ล้างเครื่องของเราครับ ดังนั้นเราจะขอสมมุติสถานการณ์ตัวอย่างแบบต่างๆ ที่เป็นไปได้ที่เราจะเจอหลังจากที่เครื่องเราหายไปครับ

 

1. ทำเครื่องหายแล้วมีคนเก็บได้

ถ้าหากเครื่องยังไม่ได้ได้ถูกปิดและต่ออินเทอร์เน็ตอยู่อันนี้ เราก็สามารถใช้ Find My iPhone ติดตามตำแหน่ง และตั้ง Lost Mode เพื่อล๊อกเครื่องและส่งข้อความไปหาเพื่อแจ้งเตือนให้โทรติดต่อกลับมาได้ ถ้าหากผู้ที่เก็บได้ประสงค์ดีก็จะสามารถติดต่อกันเพื่อคืนเครื่องได้ครับ ซึ่งข้อนี้ Activation Lock ก็ยังจะไม่มีประโยชน์อะไร

IMG_4149

 

2. ทำเครื่องหายแล้วมีคนเก็บได้ และจงใจปิดเครื่องหนี

หากผู้ที่เก็บได้ตั้งใจจะเอาไปจริงๆ หรือเครื่องถูกขโมยไปแล้วปิดเครื่องหนีเลย แน่นอนครับว่าเราก็จะยังจับตำแหน่งของเครื่องเราไม่ได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เครื่องถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งและเชื่อมต่อกันอินเตอร์ เน็ตเราก็จะสามารถติดตามเครื่องได้อีกครั้ง และถ้าเมื่อเครื่องหากเราตั้งเปิดเป็น Lost Mode ใน Find my iPhone ไว้ ทันทีที่เครื่องต่ออินเตอร์เน็ตเครื่องก็จะถูกล๊อกให้ใส่ Passcode ในการใช้งาน และจะส่งเมลล์มาแจ้งเตือนเราทันทีว่าเครื่องได้ถูกเปิดอีกครั้ง

photo1

 

3. ทำเครื่องหายแล้วมีคนเก็บได้ และพยายามจะปิด Find My iPhone

แน่นอนว่าเมื่อโจรหรือผู้ประสงค์ร้ายได้เครื่องของเราไปแล้ว ก็ต้องการที่จะปิดไม่ให้เราสามารถใช้ Find my iPhone เพื่อติดตามเครื่องได้แน่นอน แต่ว่าการจะปิด Find My iPhone ได้นั้น เครื่องจะถามรหัส Apple ID ของเจ้าของเครื่องเพื่อทำการปิด ดังนั้นโจรที่เก็บเครื่องได้ก็จะไม่ทราบรหัสของเรา ทำให้ไม่สามารถปิด Find My iPhone ของเราได้แน่นอน

photo3

4. ทำเครื่องหายแล้วมีคนเก็บได้ และปิดไม่ให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้

เนื่องจาก Find my iPhone ต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาตำแหน่ง ดังนั้นถึง iPhone จะเปิดเครื่องอยู่ แต่ปิดการเชื่อมต่อ edge, 3G หรือ Wi-Fi ไป ก็ทำให้ไม่สามารถติดตามเครื่องได้จนกว่าเครื่องจะเปิดการเชื่อมต่อกับอิน เทอร์เน็ตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าหากจะนำเครื่องไปขาย ร้านต่างๆ ที่รับซื้อก็จะต้องเชคอยู่แล้วว่าเครื่องสามารถต่อสัญญาณ Wi-Fi ได้หรือไม่ และเมื่อเชื่อมต่อแล้วก็จะสามารถติดตามตำแหน่งได้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าเครื่องถูกตั้ง Lost Mode ไว้ก่อนด้วย เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เครื่องก็จะล๊อก Passcode และแสดงข้อความให้ติดต่อกลับทันที ซึ่งร้านก็จะรู้ว่าเป็นเครื่องที่ถูกขโมยมา

 

5. ทำเครื่องหายแล้วมีคนเก็บได้ และพยายามที่จะล้างเครื่อง

ตามหลักการของเครื่องที่ใช้ iOS แล้ว เครื่องจะถือว่าใครเป็นเจ้าของจากการที่ดูว่าเครื่องนั้นถูกใช้ iCloud โดย Apple ID ใดครับ ซึ่งถ้าตามปกติถ้าเราจะขายเครื่อง เราก็จะ Restore ล้างเครื่องเพื่อเป็นการลบข้อมูลทุกอย่างรวมถึงจะเป็นการเลิกใช้ iCloud ด้วย Apple ID นั้นๆ ด้วย ซึ่งเครื่อง iPhone ที่ถูก Restore แล้วก็จะเหมือนเครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจากศูนย์ ยังไม่ได้มี Apple ID ใดที่มาลงทะเบียนใช้ iCloud เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องนั้นนั่นเอง

แต่การจะ Restore หรือล้างเครื่องใน iOS 7 ได้นั้น จะไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เหมือนกับ iOS เวอร์ชั่นก่อนๆ ที่ผ่านมาแล้ว เพราะจะต้องใส่รหัสของ Apple ID ในการล้างเครื่องด้วยเช่นกัน ดังนั้นใครที่ไม่ใช่เจ้าของเครื่อง iPhone ก็จะไม่รู้รหัสของ Apple ID เราทำให้ไม่สามารถล้างเครื่องได้

photo4

ต่อให้เสียบ iPhone เข้ากับ iTunes บนคอมพิวเตอร์แล้วกด Restore ผ่าน iTunes ก็จะติด Activation Lock ให้เราไปปิด Find My iPhone บนเครื่องก่อน ซึ่งก็จะกลับไปเหมือนในข้อ 3 ที่ iPhone จะถามรหัสของ Apple ID ในการปิด Find my iPhoneดังนั้นไม่ว่าจะกดล้างเครื่องจากตัว iPhone เองหรือกด Restore จาก iTunes ก็จะถามรหัส Apple ID ก่อนหมด ถ้าไม่ใช่เจ้าของก็จะไม่สามารถล้างเครื่องได้ และเครื่องนั้นก็ยังจะใช้ Apple ID เดิมในการเป็นเจ้าของอยู่ครับ

Screen Shot 2557-01-07 at 3.56.40 AM copy

 

6. ล้างเครื่องโดยใช้ Recovery Mode

ถึงแม้ว่าจะ Activation Lock จะทำการถามรหัสก่อน ไม่ว่าจะกดล้างเครื่องผ่านตัวเครื่อง iPhone เอง หรือถามรหัสตอนกด Restore จาก iTunes แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่งนั่นคือการล้างเครื่องโดยผ่าน Recovery Mode ครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่า Recovery Mode คืออะไร ขออธิบายง่ายๆ ว่า Recovery Mode เป็นเหมือนโหมดกู้ชีพของ iPhone ครับ ถ้าหาก iOS ใช้ๆ ไปแล้วเกิดมีปัญหา เปิดไม่ติด ไม่สามารถกด Restore ได้ Recovery Mode จะเป็นโหมดกู้ชีพที่ทำให้สามารถกดล้างเครื่องผ่าน iTunes ได้ครับ ซึ่งในโหมดนี้เครื่องจะไม่ถามรหัสของ Apple ID ในการ Restore และสามารถทำการล้างเครื่องได้เลย

แต่!!!! แน่นอนว่า Apple ได้คิดเผื่อวิธีนี้ไว้แล้วครับ ถ้าหากล้างเครื่องโดยวิธีนี้ ถึงแม้จะล้างเครื่องได้สำเร็จ แต่เมื่อเปิดเครื่อง iPhone ขึ้นมา ก็จะเจอกับหน้าให้ใส่ Apple ID อยู่ดี ถ้าไม่ใส่รหัสก็จะใช้งานไม่ได้ เหมือนได้ที่ทับกระดาษดีๆ อันนึงนี่เอง

TS4515_01-icloud-activate-iphone-001-en

 

จากข้างบนที่กล่าวมา ไม่มีทางไหนเลยที่จะเปลี่ยนเจ้าของเครื่อง โดยการเปลี่ยน Apple ID ได้เลย หากเจ้าของเครื่องไม่ทำการใส่รหัสให้ หรือแม้ถ้าล้างเครื่องได้ เครื่องก็จะติดล๊อกให้ใส่รหัสของ Apple ID ของเจ้าของเครื่องเดิมอยู่ดี และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนในการเจาะระบบ Activation Lock ได้ ดังนั้นผู้ที่ขโมยเครื่องไปก็จะไม่สามารถล้างเครื่องแล้วนำไปขายต่อได้ง่ายๆ เหมือนเช่นเมื่อก่อนแล้ว

 

แล้วต้องระวังอะไรบ้าง?

จะเห็นได้ว่า Apple ID มีบทบาทสำคัญกับ iPhone เครื่องๆ นึงมากทีเดียว ซึ่งเป็นเสมือนกับตัวแทนแสดงความเป็นเจ้าของ iPhone ของเราเลย จะล้างเครื่องได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรหัส Apple ID ของเรา นอกจากนี้บริการต่างๆ ของ Apple ก็จะใช้ Apple ID ทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้ซื้อเพลง, ซื้อแอพ, ดูข้อมูลใน iCloud ดังนั้นขอเตือนว่าอย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเอา Apple ID เราไปให้คนอื่นที่เราไว้ใจไม่ได้เด็ดขาดนะครับ

ที่สำคัญ!! ต้องจำรหัสของ Apple ID ของเราได้ด้วย เพราะถ้าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการที่จะล้างเครื่อง อาจจะเพราะเครื่องรวนหรือต้องการนำไปขายก็ตาม ก็ต้องใส่รหัสของ Apple ID ด้วยเช่นกัน ถ้าหากจำไม่ได้ขึ้นมา ทีนี้จาก Activation Lock จะกันขโมยล้างเครื่องก็กลายเป็นกันเจ้าของเครื่องล้างเครื่องไปเองแทน

 

และสำหรับใครที่กำลังจะซื้อ iPhone มือสองต่อจากผู้อื่นก็เช่นกันครับ ก่อนรับเครื่องมาอย่าลืมให้เจ้าของเดิมล้างเครื่องมาให้ก่อนโดยการเข้าไปที่ Settings > General > Reset > Erase All Content and Settings ครับ เพื่อเป็นการล้างข้อมูลของเครื่องทั้งหมด เมื่อกดไปแล้วเครื่องก็จะถามรหัส Apple ID ของเจ้าของเครื่องเดิม เมื่อกรอกไปแล้ว เครื่องก็จะทำการล้างและลบข้อมูลทุกอย่างของเจ้าของเครื่องเดิมออกทั้งหมด หลังจากนั้นเราก็สามารถใช้ Apple ID เราลงทะเบียนเข้าใช้ iCloud เพื่อแสดงว่าเราเป็นเจ้าของ iPhone เครื่องนั้นได้ครับ

photo5

 

เพราะถ้าไม่ทำการล้างเครื่องตอนที่ซื้อ หากเกิดเหตุการณ์เครื่องรวนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้อง Restore ล้างเครื่องในภายหลัง เราก็จะไม่สามารถทำได้เลย เนื่องจากเครื่องยังจำว่าเจ้าของเครื่องยังเป็น Apple ID ของคนเก่าอยู่

 

ดังนั้นนอกจาก Activation Lock จะช่วยให้โจรนำเครื่องของเราไปล้างข้อมูลแล้วขายต่อแบบแต่ก่อนไม่ได้แล้ว แต่ก็ต้องระวังการลืมรหัสของ Apple ID หรือการซื้อเครื่องต่อมือสองโดยที่ไม่ล้างเครื่องด้วยเช่นกันครับ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ สำหรับใครหลายๆ คนนะครับ ถ้าหากชอบอย่างลืมแชร์ต่อให้เพื่อนได้อ่านกันนะคร้าบบบ ^ ^ 

ที่มา iphonesociety

“Intuit “Clear “Zyxel “Fortigate